ใช้ศัพท์เริดหรูอลังการ ประโยคยากๆ ยาวๆ และซับซ้อน

  ใช้ศัพท์พิเศษและ jargon ต่างๆ

  เนื้อความเหมือนกับ essay ปีก่อนๆ ที่ได้รับเลือก

  ใช้เวลา 2-3 วันก็เขียนเสร็จ (รวมเวลาที่ให้คนอื่นช่วยตรวจแล้วด้วย) หากคุณคิดว่าใช่ ก็ได้เวลาเปลี่ยนความคิดนั้นแล้ว เพราะความคิดดังกล่าวจะไม่ช่วยให้คุณเขียน essays ที่สร้างความประทับใจให้กับ admission officer


  การที่คุณได้คะแนน GPA, TOEFL, GMAT, GRE สูงๆ เพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้ตอบรับเข้าจากมหาวิทยาลัย

  การที่ admission office จะตัดสินใจว่าควรรับคุณเข้าหรือไม่ เค้าคงไม่วัดจากเพียงว่าคุณได้คะแนนมาตรฐานดีแค่ไหน เค้าจะต้องอยากรู้ว่าคุณเป็นใคร มีความคิดยังไง เค้าจะต้องอยากรู้จักคุณ

  Admission Officer จะรู้จักคุณได้จริงๆ ก็จากการอ่าน essay ของคุณนั่นเอง

  ดังนั้น essay จึงเป็นตัวตัดสินสำคัญว่า admission officer จะรับคุณดีหรือไม่

  จำไว้ว่า essay คือตัวแทนของคุณที่จะไปพบ admission officer





  Essays ที่ดีจะทำให้ admission officer รู้จักคุณมากขึ้นและดีขึ้น ดังนั้น คุณควรเป็นตัวของคุณเองให้มากที่สุด อย่าลอก essay ของคนอื่น เพราะการเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่สามารถลอกกันได้

  Essays ที่ดีจะดึงดูดความสนใจของ admission office คุณเคยคิดบ้างมั๊ยว่า admission office ต้องอ่าน essays ของผู้สมัครกี่คน....100 1,000 หรือ 10,000 คน? ดังนั้น ถ้าคุณเขียนเหมือนคนอื่นๆ essay ของคุณก็จะไม่โดดเด่นอะไรแต่กลับจะกลืนไปกับ essays ของคนอื่นๆ

  Essay ที่ดีจึงต้องกระชับและไม่เยิ่นเย้อ ที่สำคัญต้องสามารถดึงเอาจุดที่น่าสนใจของคุณออกมา ทำให้ admission office สนใจในตัวคุณมากที่สุด



  ในการสมัครเพื่อเรียนต่อ MBA จะต้องเขียน essay ตอบคำถามที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้ แต่สำหรับการสมัครเพื่อเรียนต่อสาขาอื่น จะต้องเขียน Statement of Purpose

  Statement of Purpose เป็น essay ที่เขียนบอกความมุ่งหมายในการเรียนต่อในสาขานั้นๆ ที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ

  ถึงแม้ไม่มีคำถามที่ตั้งไว้ เนื้อหาใน Statement of Purpose ก็น่าจะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้

  ทำไมถึงต้องการเรียนต่อในสาขานี้

  ทำไมถึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้

  คุณสมบัติของเรา ทำไมคิดว่า จะสามารถเรียนในสาขานี้ได้ ทำไมเขาควรรับเราเข้าเรียน



  Resume มีความสำคัญใน school application เพราะ resume ที่ดีนั้นจะสามารถบอกเล่าถึงประสบการณ์และความสำเร็จทั้งทางด้านการทำงาน การศึกษา และส่วนตัวภายในหนึ่งหน้ากระดาษ ทำให้กระชับและสะดวกต่อการพิจารณาของ Admission Office

  Resume ที่ดีควรเป็นอย่างไร

  จะต้องพิมพ์เป็นระเบียบเรียบร้อยบนกระดาษสีขาว คุณภาพดีเยี่ยม

  ภายใน 5 บรรทัดแรกคุณจะต้องใส่ชื่อ, ที่อยู่ปัจจุบัน, หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และ email address

  ลำดับประสบการณ์การศึกษา จากล่าสุดย้อนหลังไปไม่เกินมัธยมศึกษา โดยระบุเมืองและประเทศ และคณะที่จบ และ/หรือคุณวุฒิที่ได้รับ

  ลำดับประสบการณ์การทำงาน โดยเริ่มจากล่าสุดย้อนหลังไปจนถึงงานแรก ย่อประสบการณ์โดยใช้คำหรือประโยค ที่สามารถอธิบายและสร้างภาพ ให้ผู้อ่านเข้าใจลักษณะการทำงานของคุณ

  อย่าลืมเอ่ยถึงเกียรตินิยม, รางวัล และ/หรือ ทุนที่ได้รับ

  ที่สำคัญ resume ควรเขียนถึงจุดแข็งของคุณ เช่น ถ้าคุณสมัคร MBA ก็ควรกล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้เป็นผู้นำ หรือประสบการณ์การบริหารคนในหน้าที่การงาน หรือสมัยเรียน

  โดยสรุป การเขียน resume ที่ดี จะต้องใช้พื้นที่ 1 หน้านี้ ให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้เขาอยากอ่าน essay ของคุณต่อ


หมายเหตุ
โปรดทราบว่าทาง KapStar.com จะใช้มาตรฐานจรรยาบรรณขั้นสูงสุดในการตรวจ Essay ที่คุณส่งมา     KapStar.com มิได้รับเขียน Essay ให้คุณ แต่เราจะตรวจ ประเมิน และให้คำแนะนำในการเขียน     เป้าหมายของเราคือช่วยให้คุณได้เขียน Essay ที่ดีที่สุด และประทับใจมหาวิทยาลัยที่คุณสมัครเรียน

© Copyright 2000. All rights reserved by KapStar.com